วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สารฃีวโมเลกุล

หน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีนคืออะไร

A. กรดไขมัน
B. กรดอะมิโน
C. โมโนแซ็คคาไรด์
D. ไดแซ็คคาไรด์


พันธะที่เชื่อมต่อระหว่างกรดอะมิโนในพอลิเพปไทด์คือพันธะใด

A. พันธะไกลโคซิดิก
B. พันธะไฮโดรเจน
C. พันธะเพปไทด์
D. พันธะอะมิโน


ข้อใดให้ความหมายของกรดอะมิโนที่จำเป็นได้ถูกต้อง

A. กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย
B. กรดอะมิโนที่ร่างกายขาดไม่ได้
C. กรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้
D. กรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นเองไม่ได้


กรดอะมิโน 4 ชนิดรวมกันจะเกิดโปรตีนได้กี่ชนิด

A. 4 ชนิด
B. 8 ชนิด
C. 12 ชนิด
D. 24 ชนิด


กรดอะมิโน 4 ชนิดรวมกันจะเกิดพันธะเพปไทด์กี่ตำแหน่ง

A. 2 ตำแหน่ง
B. 3 ตำแหน่ง
C. 4 ตำแหน่ง
D. 5 ตำแหน่ง


สารที่ใช้ในการทดสอบโปรตีนคือสารใดและให้ผลการทดสอบเป็นอย่างไร


A. สารละลายเบเนดิกต์ เกิดตะกอนสีแดงอิฐ
B. สารละลายเบเนดิกต์ เกิดสารสีม่วง
C. สารละลายไบยูเรต เกิดสารสีม่วง
D. สารละลายไบยูเรต เกิดตะกอนสีแดงอิฐ


กรดไขมันแบ่งเป็นกี่ประเภท

A. 2 ประเภท
B. 3 ประเภท
C. 4 ประเภท
D. 5 ประเภท


ข้อใดไม่ใช่ monosaccharide

A. glucose
B. fructose
C. galactose
D. lactose


ข้อใดคือ Disaccharide ที่เกิดจาก glucose + glucose


A. moltose
B. lactose
C. sucrose
D. fructose


พันธะที่เชื่อมต่อระหว่าง monosaccharide แต่ละโมเลกุล คือพันธะในข้อใด


A. พันธะไกลโคซิดิก
B. พันธะเพปไทด์
C. พันธะไฮโดรเจน
D. พันธะซัลไฟด์


น้ำตาลในข้อใดเป็นน้ำตาลนอนรีดิวซ์

A. moltose
B. fructose
C. sucrose
D. lacose


สารใดเมื่อต้มกับสารละลายเบเนดิกต์แล้วจะไม่เกิดตะกอนสีแดงอิฐ


A. galactose
B. sucrose
C. fructose
D. lactose


สารใดเมื่อทดสอบกับสารละลายไอโอดีนแล้วได้ตะกอนสีน้ำเงิน


A. แป้ง
B. เซลลูโลส
C. ไกลโคเจน
D. มอลโตส


สารใดเมื่อทดสอบกับสารละลายไบยูเรตแล้วเกิดสารสีม่วง

A. แป้ง
B. ไกลโคเจน
C. พอลิเพปไทด์
D. อะไมโลส
Q.24) DNA และ RNA


DNA และ RNA ประกอบด้วยองค์ประกอบกี่ส่วน อะไรบ้าง


A. 2 ส่วน คือ น้ำตาลเพนโตส และ อินทรีย์เบส
B. 3 ส่วน คือ น้ำตาลเพนโตส , อินทรีย์เบส และหมู่ฟอสเฟต
C. 3 ส่วน คือ น้ำตาลเฮกโซส , อินทรีย์เบส และหมู่ฟอสเฟต
D. 2 ส่วน คือ น้ำตาลเฮกโซส และ อินทรีย์เบส


ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ DNA และ RNA


A. DNA มีน้ำตาลดีออกซีไรโบส
B. RNA ประกอบด้วยอินทรีย์เบสคือ A , U , C , G
C. DNA ประกอบด้วยอินทรีย์เบสคือ A , T , C , G
D. RNA มีน้ำตาลดีออกซีไรโบส

ข้อสอบ

1 ) โลหะ A ทำปฏิกิริยากับกรดโดรคลอริก แต่ B และ C ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดโดรคลอริก เมื่อนำโลหะ B จุ่มลงในสารละลายที่มีไอออน ได้โลหะ C เกาะบนโลหะ B ข้อใดถูก
ก. ความสามารถในการสูญเสียอิเล็กตรอน A > B > C
ข. โลหะ C ช่วยป้องกนการผุกร่อนของโลหะ A ได้
ค. เมื่อต่อครึ่งเซลล์ และ เข้าด้วยกัน โลหะ C จะเป็นขั้วแคโทด
ง. เมื่อนำโลหะ A จุ่มลงในสารละลาย จะได้โลหะ B เกาะบนแท่งโลหะ A
1.ก, ข และ ง
2.ข, ค และ ง
3.ก, ค และ ง
4.ก, ข และ ค

2 ) การแยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟี เมื่อใช้ตัวทำละลาย X สาร A B และ C มีค่า เท่ากับ 0.2 0.3 และ 0.6 ตามลำดับ แต่เมื่อใช้ตัวทำละลายผสมของ X และ Y ในอัตราส่วน 1 : 1 ปรากฏว่าค่า ของสาร A B และ C เท่ากับ 0.4 0.25 และ 0.35 ตามลำดับ ข้อสรุปในข้อใดสอดคล้องกับข้อมูล
1.สาร A ถูกดูดซับได้มากกว่าสาร B และสาร B ถูกดูดซับได้ดีกว่าสาร C
2.สาร A ถูกดูดซับได้ดีในตัวทำละลาย X ส่วนสาร B ถูกดูดซับได้ดีกว่าสาร C
3.การแยกสาร A B และ C ออกจากกันนั้น ใช้ตัวทำลาย X ได้ผลดีกว่าใช้ตัวทำละลายผสมของ X และ Y
4.ควรใช้ตัวทำละลาย Y แยกสาร A และ B ออกจากกัน แต่ไม่ควรใช้แยกสาร B และ C ออกจากกัน

3 ) ไนโตรกลีเซอรีน สลายตัวดังสมการ
(สมการยังไม่ดุล)
เกิดความร้อนมหาศาล ทำให้แก๊สที่เกิดขึ้นขยายตัวอย่างฉับพลัน จึงเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ถ้าเริ่มต้นด้วยไนโตรกลีเซอรีบ 45.4 g และปฏิกิริยานี้เกิดสมบูรณ์ จะเกิดแก๊ส และ รวมกันกี่ลูกบาศก์เดซิเมตร ที่ STP
1. 21.3
2. 22.4
3. 25.5
4. 30.6

4 ) น้ำมันระกำ (เมทิลซาลิซิเลต) เตรียมได้จากปฏิกิริยาระหว่างเมทานอลกับกรดซาลิซิลิก โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา ดังสมการ

โดยปฏิกิริยานี้ มีร้อยละผลผลิตเท่ากับ 80 ถ้าใช้เมทานอล 30 g ทำปฏิกิริยากับกรดซาลิซิลิก 140 g จะได้น้ำมันระกำหนักกี่กรัม
1. 114.0
2. 123.4
3. 142.5
4. 154.2

5 ) สารละลายที่มี mol ใน 400 ผสมกับสารละลาย KOH pH = 12 ปริมาตร 600 ถ้าต้องการทำให้สารละลายผสมมี pH = 7 จะต้องเติมสารละลายในข้อใด
1. 0.20 ลงไปอีก 85
2. 0.20 ลงไปอีก 150
3. 0.20 ลงไปอีก 150
4. 0.20 ลงไปอีก 85

19 ) สังกะสีและกำมะถันทำปฏิกิริยาการเกิดซิงค์ซัลไฟด์ (ZnS) ซึ่งเป็นสารตัวหนึ่งที่ใช้ในสารเรืองแสงที่เคลือบผิวด้านของหลอดภาพโทรทัศน์ ถ้าให้สังกะสี 29.25 g ทำปฏิกิริยากับกำมะถัน 16.0 g เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์จะมีสารใดเหลือ และเหลือกี่กรัม
1. Zn, 3.25
2. Zn, 6.5
3. S, 0.8
4. S, 1.6

23 ) การเปรียบเทียบสมบัติของแก๊ส He และ ในข้อใดถูก
1. เมื่อมวลเท่ากัน จะมีปริมาตรเท่ากันที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน
2. ที่อุณหภูมิเดียวกัน เมื่อมวลและปริมาตรเท่ากัน แก็ส จะมีความดันมากที่สุด
3. ที่อุณหภูมิเดียวกัน และความดันเดียวกัน แก๊สทั้ง 3 จะมีอัตราการแพร่เท่ากัน
4. เมื่อนำแก๊สผสมทั้ง 3 มาลดอุณหภูมิ แก๊ส จะควบแน่นเป็นลำดับสุดท้าย

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เเนวข้อสอบ

แก๊สไฮโดรเจนทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนที่ 200 C ความดัน 1 บรรยากาศ เกิดไอน้ำดังสมการ
2H2(g) + O2(g) O(g)
ข้อความใดผิด
1. เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยาปริมาตรของแก๊สทั้งหมดจะลดลง
2. ปริมาตรของไอน้ำที่เกิดขึ้นเท่ากับปริมาตรของแก๊สไฮโดรเจนที่ใช้
3. มวลของแก๊สไฮโดรเจนที่ทำปฏิกิริยาพอดีจะเป็นสองเท่าของแก๊สออกซิเจน
4. มวลของไอน้ำที่เกิดขึ้นเท่ากับผลรวมของมวลของแก๊สไฮโดรเจนและออกซิเจนที่ทำปฏิกิริยาพอดีกัน



การทดลองในข้อใดเป็นการรบกวนสมดุลของระบบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
1.เติมน้ำตาลลงในน้ำเชื่อมอิ่มตัวที่มีผลึกน้ำตาลอยู่
2.กรองผลึกสารส้มออกจากสารละลายอิ่มตัว แล้วเลือกผลึกที่ดีใส่ไปใหม่
3.เติมผลึก NaCI ลงไปในสารละลาย CH3COOH (ในน้ำ)
4.เติมผลึก NH4CI ลงไปในสารละลาย NH3 (ในน้ำ)


ในปฏิกิริยาต่อไปนี้ I2 (s) + 2S2O2-3 (aq) 2I-(aq) +S4O62-(aq) (ดูเฉลย)
ก. I2(s) ถูกรีดิวซ์เป็น I-(aq) ข. I2(s) เป็นตัวรีดิวซ์
ค. S2O32-(aq) เป็นตัวออกซิไดส์ ง. เลขออกซิเดชันของกำมะถันไม่เปลี่ยนแปลง
จ.เลขออกซิเดของออกซิเจนเปลี่ยนไป
ข้อใดถูก
1. ก เท่านั้น
2. ข และ ค
3. ก และ จ เท่านั้น
4. ก, ง และ จ


วิธีที่ดีที่สุดในการแยกโซเดียมคลอไรด์ออกจากของผสมที่มีแมกนีเซียมคลอไรด์อยู่ด้วยคือข้อใด(ดูเฉลย)
1. ละลายในตัวทำละลายแล้วกลั่น
2. ระเหิดแล้วหาจุดหลอมเหลว
3. เลือกตัวทำละลาย แล้วตกผลึกดำลับส่วน
4. ละลายใน Na2CO3 แล้วกรอง



แก๊สชนิดหนึ่งประกอบด้วยไนโตรเจนและออกซิเจน จากการทดลองพบว่ามวลโมเลกุลชนิดนี้มี
ค่าประมาณ 50 และมีปริมาณไนโตรเจนประมาณ 30% โดยมวลโมเลกุลของแก๊สชนิดนี้ประกอบ
ด้วยออกซิเจนกี่อะตอม
1. 1
2. 2
3. 3
4. 4


จากการวิเคราะห์สารประกอบ Fe(SCN)3 .xH2O พบว่ามีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่ร้อยละ 19 โดย มวล
สารประกอบนี้มีกำมะถันร้อยละเท่าใด
1. 11.26
2. 22.53
3. 33.80
4. 45.07


. สมบัติของธาตุไฮโดเจนในข้อใดบ้างที่ไม่เหมาะสมกับการจัดธาตุนี้ไว้ในหมู่เดียวกับโลหะอัลคาไลน์(ดูเฉลย)
ก. จำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอน ข. ชนิดของสารประกอบและพันธะ
ค. จุดหลอมเหลวและจุดเดือด ค. พลังงานไอออไนเซชัน
1. ก , ง เท่านั้น
2. ข , ค เท่านั้น
3. ข , ค และ ง เท่านั้น
4. ก , ข , ค , และ ง


มีธาตุอยู่ 4 ชุดเรียงตามเลขอะตอม ธาตุชุดใดมีทั้งของแข็ง ของเหลว และแก๊สที่อุณหภูมิห้อง
1. 2 , 10 , 18 , 36 , 54 , 86
2. 3 , 11 , 19 , 37 , 55 , 87
3. 4 , 12 , 20 , 38 , 56 , 88
4. 9 , 17 , 35 , 53 , 85



สารประกอบของโลหะชนิดหนึ่ง ถ้ามีปริมาณค่อนข้างสูงจะมีพิษต่อสิ่งมีชีวิต จึงใช้ออกไซด์ของโลหะนี้
ทำยาฆ่าแมลงและฆ่าเชื้อรา เลือดของปู ปลาหมึก และหอยโข่งเป็นสารประกอบเชิงซ้อนของโลหะ
นี้ร่างกายของคนเราก็ต้องการโลหะนี้เพื่อใช้ในกระบวนการทางชีวเคมีเฉพาะอย่าง ถ้าขาดธาตุนี้ทำให้เกิด
ความบกพร่องในการสังเคราะห์ไขมันบางชนิด และทำให้เกิดความบกพร่องในการดูดซึมธาตุอื่นอันอาจนำ
ไปสู่โรคโลหิตจางได้โลหะชนิดนี้เป็นโลหะชนิดใด(ดูเฉลย)
1. Zn
2. Fe
3. Cu
4. Cr


49. การถลุงแร่ในข้อใดที่มีลำดับขั้นตอนการถลุงดังต่อไปนี้(ดูเฉลย)
ก. ย่างแร่
ข. รีดิวซ์แร่ที่ย่างแล้วด้วย CO ในเตาถลุง
ค. โซเดียมคาร์บอเนตรวมตัวกับสารปนเปื้อนต่าง ๆ ในเตาถลุงกลายเป็นกากตะกอนอยู่บนผิวโลหะเหลว
ง. ไขโลหะเหลวออกจากเตาลงเบ้าเหล็กเพื่อหล่อเป็นแท่ง
1. แร่สฟาเลอไรต์
2. แร่แคสซิเตอไรต์
3. แร่สติบไนต์
4. แร่เซอร์คอน
ข้อสอบเคมี
ครั้งที่ 2 /2542

มวลอะตอมที่กำหนดให้
H=1 C=12 N=14 O=16 S=32
CI= 35.5 Fe=56 Ag=108 Ba=137
ตอนที่ 1 ข้อ 1- 50 เป็นข้อสอบปรนัย
1. พิจารณาสมการ
A+2B C + 280 kJ (1)
2X + Y +150 kJ 3Z (2)
ถ้าระดับพลังงานของสารตั้งต้นในปฏิกิริยา (1) และ (2) เป็น 510 และ 340 kJ ตามลำดับ ระดับพลังงาน
ของผลิตภัณฑ์จาก 2 ปฏิกิริยานี้ มีค่าแตกต่างกันกี่กิโลจูล (ดูเฉลย)
1. 200 2. 260 3. 370 4. 490


2. A, B,C,D เป็นของเหลวบริสุทธิ์เมื่อนำ A มาผสมกับ B และ C ผสมกับ D พบว่าต่างก็ละลายเป็นเนื้อเดียวกันแต่เมื่อนำ C มาผสมกับ A ปรากฏว่าไม่ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน สาร A , B, C, D ในข้อใดเป็นไปไม่ได้(ดูเฉลย)
A B C D
1. H2O C2H5OH C6H6 CCl4
2. H2O CH3OH C6H6 C6H14
3. C6H6 CCl4 H2O C3H7OH
4. CCl 4 H2O C2H5OH C6H14



5. เปรียบเทียบสารละลายของน้ำตาลกลูโคส (C6H12O6) 10 g ในน้ำ 50g กับสารละลายของน้ำตาลทราย
(C12H22O11) 10g ในน้ำ 50g จะมีจุดเยือกแข็งต่างกันอย่างไร (Kfของน้ำ=1.86 C) (ดูเฉลย)
1. เท่ากัน เนื่องจากสารละลายเข้มข้นเท่ากัน
2. จุดเยือกแข็งของสารละลายกลูโคสต่ำกว่าของสารละลายน้ำตาลทรายประมาณ 1 C
3. จุดเยือกแข็งของสารละลายน้ำตาลทรายต่ำกว่าของสารละลายกลูโคสประมาณ 1 C
4. จุดเยือกแข็งของสารละลายกลูโคสจะต่ำกว่าของสารละลายน้ำตาลทรายประมาณเท่าตัว
เสมอ ไม่ว่าความเข้มข้นจะเป็นเท่าใด

Admission 2549

แก๊ส X ปริมาตร V1 และ ความดัน P1 ถ้าลดปริมาตรลงครึ่งหนึ่ง แก๊สจะมีความดันเท่ากับ P2 แต่ถ้าลดปริมาตร
ลงเหลือ 1/6 ของปริมาตร V1 แก๊สจะมีความดันเท่ากับ P3 กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดที่อุณหภูมิ
และมวลของแก๊สคงที่ ความสัมพันธ์ระหว่าง P1 P2 และ P3 ในข้อใดถูกต้อง
ก. P1/P2 = P3/2 ค. P1 x P2 = P3/6
ข. P1/P3 = P2/6 ง. P1 x P3 = 3P2/2

การเปรียบเทียบสมบัติของแก๊ส He H2 และ CH4 ในข้อใดถูก
ก. เมื่อมวลเท่ากัน จะมีปริมาตรเท่ากันที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน
ข. ที่อุณหภูมิเดียวกัน เมื่อมวลและปริมาตรเท่ากัน แก๊ส H2 จะมีความดันมากที่สุด
ค. ที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน แก๊สทั้ง 3 จะมีอัตราการแพร่เท่ากัน
ง. เมื่อนำแก๊สผสมทั้ง 3 มาลดอุณหภูมิ แก๊ส CH4 จะควบแน่นเป็นลำดับสุดท้าย

โลหะ A ทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริก แต่ B และ C ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริก เมื่อนำ
โลหะ B จุ่มลงในสารละลายที่มีไอออน C+ ได้โลหะ C เกาะบนโลหะ B ข้อใดถูก
1. ความสามารถในการสูญเสียอิเล็กตรอน A > B > C
2. โลหะ C ช่วยป้องกันการผุกร่อนของโลหะ A ได้
3. เมื่อต่อครึ่งเซลล์ B/B+ และ C/C+ เข้าด้วยกันโลหะ C จะเป็นขั้วแคโทด
4. เมื่อนำโลหะ A จุ่มลงในสารละลาย B+ จะได้โลหะ B เกาะบนแท่งโลหะ A
ก. 1 2 และ 4
ข. 2 3 และ 4
ค. 1 3 และ 4
ง. 1 2 และ 3

การแยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟี เมื่อใช้ตัวทำละลาย X สาร A B และ C มีค่า Rf เท่ากับ 0.2 0.3 และ 0.6
ตามลำดับ แต่เมื่อใช้ตัวทำละลายผสมของ X และ Y ในอัตราส่วน 1 : 1 ปรากฏว่าค่า Rf ของสาร A B
และ C เท่ากับ 0.4 0.25 และ 0.35 ตามลำดับ ข้อสรุปในข้อใดสอดคล้องกับข้อมูล
ก. สาร A ถูกดูดซับได้มากกว่าสาร B และสาร B ถูกดูดซับได้ดีกว่าสาร C
ข. สาร A ถูกดูดซับได้ดีในตัวทำละลาย X ส่วน B และ C ถูกดูดซับได้ดีในตัวทำละลาย Y
ค. การแยกสาร A B และ C ออกจากกัน ใช้ตัวทำละลาย X ได้ผลดีกว่าใช้ตัวทำละลายผสมของ X และ Y
ง. ควรใช้ตัวทำละลาย Y แยกสาร A และ B ออกจากกัน แต่ไม่ควรใช้แยกสาร B และ C ออกจากกัน

สารละลายที่มี HNO3 4 x 10−2 mol ใน 400 cm3 ผสมกับสารละลาย KOH pH เท่ากับ 12 ปริมาตร
600 cm3 ถ้าต้องการทำให้สารละลายผสมมี pH เท่ากับ 7 จะต้องเติมสารละลายในข้อใด
ก. Ca(OH)2 0.20 mol/dm3 ลงไปอีก 85 cm3
ข. NaOH 0.20 mol/dm3 ลงไปอีก 150 cm3
ค. HCl 0.20 mol/dm3 ลงไปอีก 150 cm3
ง. H2SO4 0.20 mol/dm3 ลงไปอีก 85 cm3

สารประกอบคลอไรด์ของธาตุ A มีสูตร ACl3 เป็นของเหลวที่ไม่ละลายน้ำ สมบัติของธาตุ A ข้อใดผิด
ก. สารประกอบออกไซด์ของธาตุ A มีสูตร A2O5
ข. สารประกอบออกไซด์ของธาตุ A ละลายน้ำได้สารละลายที่เป็นเบส
ค. พันธะระหว่างอะตอมของสารประกอบคลอไรด์ของธาตุ A เป็นพันธะโคเวเลนต์
ง. ผลต่างระหว่าง IE5 และ IE6 ของธาตุ A มีค่ามากกว่าผลต่างระหว่าง IE อื่นสองระดับที่อยู่ติดกัน

นำกรดอินทรีย์ A มาทำปฏิกิริยาพอดีกับเอทานอล 9.2 กรัม ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเอสเทอร์ B 26 กรัม และน้ำ
จงหาจำนวนไอโซเมอร์ที่เป็นไปได้ของกรดอินทรีย์ A
ก. 2
ข. 3
ค. 4
ง. 5

ข้อใดถูก
1) การเกิดพันธะเคมีเป็นกระบวนการคายพลังงาน
2) โมเลกุลเกิดขึ้นเมื่ออะตอมอยู่ใกล้กันที่สุด
3) ในการเกิดพันธะเคมีจะมีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนจากอะตอมหนึ่งไปยังอีกอะตอมหนึ่งเสมอ
4) เมื่อสลายโมเลกุลเป็นอะตอมเดี่ยว พลังงานของอะตอมทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบรวมกันจะสูงกว่า
พลังงานของโมเลกุลเดิม
ก. 1 และ 3
ข. 1 และ 4
ค. 2 และ 3
ง. 2 และ 4

ข้อใดผิด
ก. แก๊สมีเทนเป็นสารตั้งต้นชนิดหนึ่งที่ใช้ในการเตรียมปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตและปุ๋ยยูเรีย
ข. ขั้นตอนหนึ่งในการถลุงแร่คือการใช้ตัวรีดิวซ์ เช่น คาร์บอนในถ่านหินเปลี่ยนโลหะในสินแร่ให้เป็น
โลหะอิสระก่อนทำให้บริสุทธิ์ต่อไป
ค. การผลิตเซอร์โคเนียมใช้สารละลายผสมของกรดไฮโดรฟลูออริกและกรดซัลฟิวริกสกัดเซอร์โคเนียม
ออกจากสินแร่เซอร์คอนก่อน
ง. เรเดียมบริสุทธิ์ได้จากการแยกสลายสารประกอบเรเดียมแฮไลด์ด้วยไฟฟ้าโดยใช้ปรอทเป็นขั้วไฟฟ้า

ข้อสอบ Ent'

มวลอะตอม : H = 1 C = 12 O = 16
ธาตุ A B และ C มีจำนวนโปรตอน 7 12 และ 15 ตามลำดับ การเปรียบเทียบสมบัติของธาตุ A B และ C
ข้อใดถูก
ก. ขนาดอะตอม B > A > C
ข. จุดเดือด A > C > B
ค. ค่า EN A > C > B
ง. ค่า IE1 A > B > C
เฉลย ค


จากการทดลองศึกษาปฏิกิริยา A2(g) + 2B2(g) 2AB2(g) พบว่า
เมื่อเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง ความเข้มข้นของสาร B2 ลดลงครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อทำการทดลองอีกครั้งโดยเพิ่ม
ความเข้มข้นของ A2 เป็น 2 เท่าภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน พบว่า เมื่อเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง สาร B2 ก็ยังคงลดไป
ครึ่งหนึ่งจากปริมาณเริ่มต้นเช่นกัน
พิจารณาข้อสรุปต่อไปนี้
1. สาร A2 เป็นสารเชิงซ้อนกัมมันต์ของปฏิกริยา
2. สาร B2 จะหมดลงภายในเวลา 2 ชั่วโมง
3. ไม่ว่าจะเพิ่มสาร A2 เท่าไรก็ตาม อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะคงเดิม
4. อัตราการเกิดปฏิกิริยานี้ขึ้นกับความเข้มข้นของสาร B2
ข้อใดถูก
ก. 1 และ 2 ข. 3 และ 4
ค. 1 และ 3 ง. 2 และ 4
เฉลย ข

X และ Y เป็นธาตุสมมติ สารประกอบของธาตุ X และ Y เกิดปฏิกิริยาในสารละลายเบส เขียนสมการ
ไออนิกได้ดังนี้
aXO4 (aq) + bYO3 (aq) cXO2(s) + dYO4 (aq)
เมื่อดุลสมการโดยใช้ครึ่งปฏิกิริยาแล้ว
ข้อสรุปใดผิด
ก. a + b = 5
ข. น้ำเป็นสารตั้งต้นและ OH− เป็นผลิตภัณฑ์
ค. XO4 เป็นตัวออกซิไดส์ และ YO3 เป็นตัวรีดิวซ์
ง. จำนวนอิเล็กตรอนที่เกี่ยวข้องเท่ากับ 5
เฉลย ง

กำหนดค่า E0 ที่ 298 K ดังนี้
ปฏิกิริยาครึ่งเซลล์รีดักชัน E0(V)
A+(aq) + e− A(s) + 0.80
B3+(aq) + e− B2+(aq) + 0.77
C2(s) + 2e− 2C−(aq) + 0.54
D3+(aq) + 3e− D(s) −0.04
E2+(aq) + 2e− E(s) −0.13
ข้อสรุปใดถูก
ก. เซลล์ไฟฟ้าที่มีค่า E0 สูงที่สุด มีแผนภาพเซลล์ ดังนี้
A(s)/A+(aq, 1 mol/dm3)//E2+(aq, 1 mol/dm3)/E (s)
ข. เซลล์ที่มีแผนภาพเซลล์ ดังแสดง ให้กระแสไฟฟ้าได้
Pt(s)/B2+(aq, 1 mol/dm3),B3+(aq, 1 mol/dm3)//E2+ (aq, 1 mol/dm3)/E (s)
ค. ไม่ควรเก็บสารละลายที่มี D3+ ในภาชนะที่ทำด้วยโลหะ E
ง. D3+ สามารถออกซิไดส์ C− ให้กลายเป็น C2 ได้
เฉลย ค

สารประกอบใดที่ไม่มีไอโซเมอร์เรขาคณิต
ก. (CH3)2 C = C(CH3)2
ข. CH3CH = CHCH3
ค. CH3CH2CH = CHCH3
ง. CH3CH2CH = CHCH2CH3
เฉลย ก